Tuesday, November 10, 2009

Aui Su Ke live in Yokohama Japan

AuisukeInJapan1stDay

สวัสดีครับ หลังจากได้รับโอกาสให้เดินทางไปอบรมโครงการ ENIT ที่เมื่องโยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น วันที่ต้องออกเดินทางก็มาถึงครับ โดยต้องออกเดินทางด้วยเที่ยวบิน JL 718 สายการบินเจแปนแอร์ไลน์ จากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา ห้าทุ่ม โชคดีพี่สาวกับหลานมาส่งเลยไม่ต้องมาเอง แถมยังเลี้ยงข้าวหมดไปอีกหลายบาท และต้องขอบคุณอาจารย์สุภาพร หัวหน้าสาขาฯ ที่อุตส่าเดินทางมาส่งถึงสนามบินด้วยตนเอง เมื่อแยกย้ายกันแล้วก็เข้าสู่กระบวนการตรวจคนเข้าเมือง วันนี้คนไม่มากนัก แถม JAL ยังให้บัตรเล้าน์จ ด้วยเลยได้โอกาสเข้าไปนั่งในเล้าน์จของ JAL ที่เรียกว่า Sakura Lough นับว่าดีมากมีซูชิและเครื่องดื่มให้กินไม่อั้น หยิบกินได้ตามอัธยาศัย แต่ไม่ยอมให้ถ่ายรูป ทีแรกก็เดินหาอยู่นาน แต่สุดท้ายใช้ถามก็เจอ

นั่งเล่นไปสักพัก ก็ได้พบกับเพื่อนร่วมทางอีกสามท่าน มาจากเชียงใหม่ สอง และจากภูเก็ตอีกหนึ่ง ก็คุยกันสนุกสนาน นิสัยดีทุกคน เมื่อถึงเวลาทั้งหมดจึงขึ้นเครื่อง ตอนขึ้นไปพวกเราช้ากว่าคนอื่นประมาณ สิบห้านาที ด้วยความเคยชินเพราะปกติสายการบินอื่นหากบอกว่า ให้ on board เช่น 10.30 จะต้องใช้เวลาอีกประมาณสิบห้าถึงยี่สิบนาที เพื่อเข้าคิวขึ้นเครื่อง แต่ไม่น่าเชื่อว่าของสายการบินญี่ปุ่น ผู้โดยสารมีระเบียบมาก ถึงเวลาทุกคนขึ้นครบ นั่งเรียบร้อยไม่มีโวยวาย จึงกลายเป็นว่าพวกเราขึ้นเครื่องเป็นกลุ่มเกือบสุดท้าย

เมื่อเครื่อง take of แล้ว พอเครื่องไต่ได้ระดับลูกเรือก็เสิร์ฟเครื่องดื่มจากนั้นทุกคนก็เริ่มเข้าสู่ห้วงพวัง ของแต่ละคน มารู้สึกตัวอีกครั้งตอนราวตีสาม ด้วยทุกคนถูกปลุกขึ้นมาเพื่อรับประทานอาหาร แบบง่วงสุดๆ แต่ก็ต้องกินเพราะถ้าไม่เช่นนั้นแล้วก็จะไม่ได้กินอีกหลายชั่วโมง ราวๆ ตีสี่บ้านเรา หรือหกโมงเช้าที่ญี่ปุ่นพวกเราก็เดินทางมาถึงญี่ปุ่น แต่โชคไม่ค่อยดี เนื่องจากสภาวะอากาศไม่อำนวยหมอกลงจัด ทัศนวิสัยแย่ไม่สามารถนำเครื่องลงได้ กัปตันจึงต้องนำเครื่องบินวนอยู่กว่าชั่วโมง จึงได้รับอนุญาตให้นำเครื่องลง

ในระหว่างที่บินวนอยู่นั้นเอง ได้มองออกไปทางหน้าต่าง มองเห็นภูเขาสูง ซึ่งน่าจะเป็นภูเขาไฟฟูจิ อยู่ลิบๆ ลอยอยู่เหนือเมฆ ตอนแรกคิดว่าเป็นก้อนเมฆ เพราะไม่คิดว่าเราบินสูงขนาดนั้น จะเห็นภูเขาฟูจิลอยอยู่เหนือเมฆ จึงเป็นโชคดีครั้งแรกโดยไม่ตั้งใจ ได้เห็นฟูจิจากฟากฟ้า

หมายเหตุ รูปภาพทุกรูปสามารถคลิกเพื่อชมขนาดใหญ่ได้ครับ
หรือชมรูปขนาดใหญ่ได้จากลิงค์ต่อไปนี้ครับ คลิกที่นี่

From AuisukeInJapan1stDay

อาจารย์สุภาพร มาส่งถึงสนามบิน

From AuisukeInJapan1stDay


From AuisukeInJapan1stDay


From AuisukeInJapan1stDay

เมื่อเครื่อง ลงจอดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งรวดเร็วและทันสมัย โดยให้ทุกคนแสกนลายนิ้วมือ นิ้วชี้ทั้งสองมือ และถ่ายรูปทุกคน ชึ่งกลัวเรื่องลายนิ้วมือเหมือนกันว่า แล้วตอนกลับจะผ่านหรือไม่เพราะปกติมีปัญหากับเรื่องลายนิ้วมือ เมื่อออกมาจาก immigration เรียบร้อยแล้ว ก็ได้พบกับบริการรับผู้โดยสารที่ AOTS จัดไว้ และเพิ่งทราบว่ามีผู้เข้าร่วมอบรมจากประเทศอื่นเดินทางมาพร้อมกันในสายการบินนี้ด้วย คือเวียดนาม มาเลย์ และจากสายการบินตรงมองโกล

เมื่อรวมตัวกันเรียบร้อยจึงขึ้นรถที่ AOTS จัดไว้เดินทางพร้อมกันสู่ YKC แต่ก็ล่าช้าไปหลายชั่วโมงที่เดียว พวกเราต้องนั่งรถไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมงจึงจะถึง ชึ่งก็เกือบเที่ยงวันของญี่ปุ่นพอดี

From AuisukeInJapan1stDay

ทางขึ้นลง รถไฟชินกันเซ็นที่สนามบิน วันนี้ผู้โดยสารขาเข้าไม่มาก แต่เที่ยวบินที่พวกเราเดินทางมานั้น ผู้โดยสารเต็มลำ ส่วนอากาศนั้น เรียกว่ายังไม่หนาว โดยเฉพาะในสนามบิน ซึ่งไม่ต้องเปิดแอร์ แล้วออกจะร้อนอบอ้าวเล็กน้อยด้วยซ้ำ

From AuisukeInJapan1stDay


From AuisukeInJapan1stDay

ระหว่างทางจากสนามบิน ไป YKC โยโกฯ ต้นไม้เยอะมาก โรงงานเยอะมาก อาคารเยอะมาก อะไรๆ ก็เยอะไปหมด

From AuisukeInJapan1stDay

ในที่สุดก็ถึงจนได้ จึงต้องถ่ายรูปร่วมกันเสียหน่อย จริงๆ ทีมเรามีห้าคน แต่หนึ่งคนต้องเสียสละไปเป็นผู้ถ่าย ตอนนี้อยู่ที่หน้าอาคาร YKC ที่พักเราอยู่ชั้นเจ็ดด้านซ้าย west wing ส่วนฝึกอบรมอยู่ด้านหลัง


From AuisukeInJapan1stDay

ยืนยันว่ามาถึงแล้ว เลยต้องบันทึกภาพร่วมกับป้าย YKC

From AuisukeInJapan1stDay

อ. ต๋อม ยืนเก๊กท่ากับป้าย YKC

From AuisukeInJapan1stDay

เมื่อถึงแล้วต่างคนต่างนำสัมภาระไปเก็บแล้ว ก็ตกลงกันว่า ด้วยหิวและเหนื่อย เลยทานข้าวเที่ยงที่ YKC แต่มื้อเที่ยงวันนี้ยังไม่รวมอยู่ในค่าใช้จ่ายพวกเราต้องจ่ายกันเอง หัวละ 800 เยน ก็ประมาณ 300 บาท (8 คูณ 37) พอทานข้าวเสร็จ ทุกคนก็แยกย้ายไปอาบน้ำ พักผ่อนและนัดเจอกันอีกครั้งตอน บ่ายสอง
ตอนเช็คอินมีเรื่องน่าสนใจอีกว่า ผู้เข้าพักทุกคนต้องถูกตรวจอุณหภูมิ หากมีไข้ต้องได้รับปฏิบัติด้วยมาตรการพิเศษ โชคดีที่รู้ทัน เลยไปให้หมอฉีดยาก่อนเมื่อวันเสาร์ ถึงแม้ยังไม่หายดี แต่ก็ไม่มีไข้และอาการเกือบเป้นปกติแล้ว
นอกจากนี้ทุกคนยังได้รับการฟังรายงานสรุป อธิบายการใช้ชีวิตที่นี่ เพราะบางโครงการอยู่ถึงสามเดือน ห้าเดือนก็มี จึงต้องมีการอธิบายโดยละเอียดทุกอย่าง ไม่่ว่าจะเป็นการใช้ห้อง การรับประทานอาหาร ที่ต้องเก็บจาน เทเศษอาหาร แยกขยะด้วยตนเองทุกคน การซักผ้า รีดผ้าที่ห้องซักล้าง และอื่นๆ

พอถึงบ่ายสอง เราก็มารวมตัวกันเพื่อเดินเล่นย่อยอาหารที่กินกันมาอย่างเต็มคราบ โดยเดินไปห้างจัสโก้ ที่อยู่ห่างออกไปประมาณสามกิโลเมตร

From AuisukeInJapan1stDay

ระหว่างทางเดินไปจัสโก้ พบสวนสาธรณะขนาดย่อมหลายแห่ง ต้นไม้เขียวครึ้ม ยังไม่ทิ้งใบแสดงว่ายังไม่เริ่มเข้าหน้าหนาว อากาศเย็นดี ไม่ถึงกับหนาว ตอนเดินไปใส่เสื้อสองตัวก็มีเหงื่อออกบ้างเล็กน้อย ระหว่างทางพบแม่บ้านญี่ปุ่นขี่จักรยานไปจ่ายตลาดสดในจัสโก้ พอสมควร


From AuisukeInJapan1stDay


From AuisukeInJapan1stDay

เพื่อยืนยันว่ามาถึงจริง เลยต้องใช้วิธีเหยียบโยโกฮาม่าให้ดู ที่เห็นเป็นฝาท่อเหล็ก ที่ทำเฉพาะใช้กับโยโกฯ เท่านั้น

From AuisukeInJapan1stDay

สังเกตดูเป็นรูปสะพานแขวน และท่าเรือเพราะ โยโกเป็นเมืองท่า และอุตสาหกรรม

From AuisukeInJapan1stDay

ต้นไม้ที่ใช้ปลุกริมทางเดิน เป็นต้นแปะก๊วย ปลูกเป็นแนวยาว ตลอดถนน

From AuisukeInJapan1stDay

บังเอิญเดินผ่านหน้าบริษัทผลิตกาแฟชื่อ คาราวานคอฟฟี่ กลิ่มหอมโชยออกมาเตะจมูก อย่างมาก พอสังเกตุดูพบว่า มีต้นกาแฟ ที่น่าจะโดนบอนไซ ปลูกไว้ด้านหน้า เพราะลำต้นใหญ่มาก แต่ต้นไม่สูง ประมาณสองเมตร ตัดแต่งอย่างดี ออกลูกสีแดงเต็มต้น สวยมาก



From AuisukeInJapan1stDay
ต้นกาแฟที่ปลูกอยู่หน้าโรงงานกาแฟ


From AuisukeInJapan1stDay

จอดรถได้หมิ่นมาาาาาก อยู่บนหลังคาตึกแบบไม่มีผนังกั้น

From AuisukeInJapan1stDay

บริเวณที่ YKC ตั้งอยู่เป็นเขตอุตสาหกรรม รถยนต์น้อย คนเดินถนนน้อย เงียบมาก เรียกว่าไม่มีสิทธิหนีเที่ยวเลย เพราะหากจะไปเที่ยวต้องนั่งรถไฟไปไกล พอควร แบบตอนดึกไปเดินเล่นไม่มีเลย
ร้านค้าก็ไม่มี 7/11 ที่ใกล้ที่สุดก็ประมาณ กิโลครึ่ง เหออออ


From AuisukeInJapan1stDay

เดินข้ามถนนไม่ทัน ไฟข้ามแดงเสียก่อน แต่ที่นี่ดีนะ หากแยกไหนมีทางม้าลาย แล้วไม่มีไฟข้าม รถยนต์จะหยุดให้คนเดินข้ามก่อนเสมอ โดยเราไม่ต้องโบกไม้โบกมือเลย ผิดกับบ้านเรา ถ้าไม่มีไฟที่ทางข้าม คนต้องหยุดให้รถไปก่อน

From AuisukeInJapan1stDay


From AuisukeInJapan1stDay

สวนสาธารณะ อีกแห่งระหว่างทาง

From AuisukeInJapan1stDay

ห้างจัสโก้

From AuisukeInJapan1stDay


From AuisukeInJapan1stDay

ตู้กดข้าวโพดคั่วสำหรับเด็กๆ ที่ขอบ Hello Kitty น่ารักหวานแหวว

From AuisukeInJapan1stDay

ชอบโต๊ะที่ตั้งขายในห้างตัวนี้มาก ทำปราณีตมาก แน่นหนาสวยงาม อยากได้มาไว้ที่บ้านสักตัว

From AuisukeInJapan1stDay

หลังจากกลับมาจากจัสโก้แล้ว ต่างคนต่างก็เข้าห้องตัวเอง (ห้องเดี่ยวพักคนเดียว) และนัดมาพร้อมกันทานข้าวตอนหกโมงครึ่ง ที่ห้องอาหาร YKC ที่ชั้นสองของอาคารที่พัก ด้านหน้าห้องอาหาร มีแสดงตัวอย่างอาหาร ไว้ที่ด้านหน้า
การทานอาหารที่นี่เป็นแบบ self service คือบริการตนเอง ค่ำนี้ main dish หรืออาหารจานหลักมีให้เลือกสามอย่าง คือ เนื้อผัดหอมหัวใหญ่ ปลาทอด และไก่ผัดขิงอูด้ง ทุกคนสามารถเลือกได้หนึ่งอย่างหลัก น้ำซุปมิสโซ หรือ ซุปข้น หนึ่งถ้วย ส่วนข้าว ผัดผักหลายอย่าง สปาเก็ตตี้ และเครื่องดื่มเติมได้ไม่อั้น
ค่ำนี้คนมากเนื่องจากตอนค่ำมีผู้เข้าอบรม โครงการอะไรไม่ทราบจากประเทศจีนมากันอีกสองคันรถบัส คนเต็มห้องอาหารเลย แต่พวกนี้แบบมาเร็วไปเร็ว คือไม่พูดมาก มาถึง กิน เสร็จแล้วเก็บ จากนั้นกลับ ไม่เหมือนพวกเราที่ค่อยกิน ค่อยคุย เมื่อทานเสร็จแล้ว ทุกคนต้องเก็บจานและอุปกรณ์ให้เรียบร้อย ด้วย

From AuisukeInJapan1stDay


From AuisukeInJapan1stDay


From AuisukeInJapan1stDay

หลังจากอิ่มจากอาหารค่ำแล้ว ก็ถึงเวลาพักผ่อนครับ ลองมาดูห้องนอน ของที่นี่กันครับ แต่ละห้องถูกออกแบบมาให้อย่คนเดียวครับ แต่จริงๆ ถ้าจะแอบเข้ามานอนอีกสักสองคนก็น่าจะได้ ห้องกว้างประมาณสามเมตร มีเตียงขนาดสามฟุตครึ่งหนึ่งเตียงสำหรับนอนคนเดียว มีตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำในตัว แต่ขนาเล็กมาก แบบพอดียืนคนเดียว อ่างอาบน้ำแบบญี่ปุ่นคือนั่งยองขนาด เมตรครึ่ง แต่ก็ถือว่าโอเคเลยที่เดียวความสะอาด และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ครบครัน อินเตอร์เน็ต ทีวี (มีแต่ภาษาญี่ปุ่น) โต๊ะทำงาน และอื่นๆ

From AuisukeInJapan1stDay


From AuisukeInJapan1stDay


From AuisukeInJapan1stDay


From AuisukeInJapan1stDay

จากหน้าต่างห้องพัก มองออกไปเห็นรถไฟฟ้าและ ลานกว้างของโรงแรมด้านหลัง หลายคนหวังว่าจะได้มีโอกาสเห็นหิมะตกที่ลานนี้ แต่ ณ ตอนนี้ อากาศยังแค่เย็น ไม่หนาวเลย ว่าแล้วก็ถึงเวลาที่จะต้องไปพักผ่อน เตรียมตัวกับการอบรม วันแรก เปิดงา่น ในวันพรุ่งนี้ เสียที แล้วพรุ่งนี้พบกันใหม่ครับ ราตรีสวสัดิ์

From AuisukeInJapan1stDay

4 comments:

นิติ said...

น่าอิจฉาอาจารย์จังเลยครับ

เพื่อนๆฝากความคิดถึง ถึงอาจารย์ด้วยนะครับ

แล้วรีบกลับมา ให้ผมปรึกษาเรื่องโปรเจคด้วย

ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ

นิติ ลออธรรม

su said...

น่าอิจฉาจริงด้วยแฮะ เอ้าพวกเราเตรียมตัวให้พร้อมรอโอกาส คราวต่อไป

Welcome to my blog said...
This comment has been removed by the author.
น้อย. said...

อาจารย์ไม่อยู่ ที่ห้องเงียบเหงามากเลยค่ะ

ติดตามดูบล๊อค ดูรูปตลอด เหมือนได้ไปด้วยเลย